พิธีเปิดงานเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ได้รับเกียรติจาก นายจิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน นายณัฐพงศ์ ลัทธพิพัฒน์ กงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต และ Dr.Nargess Eskandari-Grünberg รองนายกเทศมนตรีนครแฟรงก์เฟิร์ต ร่วมเป็นประธาน ในพิธีเปิด สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับนครแฟรงก์เฟิร์ต และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
การจัดงานในปีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยผ่านพลัง Soft Power โดยนำเสนอเสน่ห์ของความเป็นไทยอย่างรอบด้าน ทั้งอาหาร ศิลปวัฒนธรรม ดนตรี การแสดง มวยไทย การท่องเที่ยว และสินค้าไทยคุณภาพ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนไทยและ ชาวเยอรมัน ตลอดจนสนับสนุนโอกาสทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของประเทศไทย
ภายใต้แนวคิด “สยามยลยิ่ง 2569 (Siam in Anmut 2026)” งานในปีนี้ได้นำเสนออัตลักษณ์ของประเทศไทยผ่านแนวคิด Creative Life and Creative Heartbeat หรือ “วิถีชีวิตและจังหวะหัวใจแห่งความคิดสร้างสรรค์” ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ของประเทศไทยในทุกมิติ ทั้งศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหาร ดนตรี มวยไทย งานหัตถศิลป์ ชุดไทยพระราชนิยม และไมตรีจิตของผู้คน อันเป็นพลังสร้างสรรค์ที่ทำให้ประเทศไทยมีเอกลักษณ์และเป็นที่ประทับใจของผู้คนจากทั่วโลก
ภายในงานมีผู้ประกอบการไทยร่วมออกบูธจำนวน 18 บูธ นำเสนออาหารไทย ขนมไทย เครื่องดื่ม และเบียร์ไทยหลากหลายชนิด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้เข้าร่วมงานตลอดทั้งสามวัน โดยในปีนี้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ยังได้จัดบูธชุดไทยพระราชนิยม และมีมุม AI Photo Chudthai ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชื่นชมชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 12 แบบและทดลองเล่นโปรแกรม สร้างภาพตนเองกับชุดไทยพระราชทานแต่ละแบบด้วย
ด้านการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแฟรงก์เฟิร์ต เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการนำคณะการแสดงจากประเทศไทยจาก สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม มาร่วมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในครั้งนี้
นอกจากนี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต กระทรวงพาณิชย์ ยังได้ร่วมจัดบูธ ประชาสัมพันธ์สินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสต์ หรือ GI ของไทย อาทิ มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษในวันที่ 21 มิถุนายน โดยเชิญ บัวขาว บัญชาเมฆ มาร่วมสาธิตศิลปะแม่ไม้มวยไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ภายในงานยังมีการแสดงจากศิลปินไทยตลอด 3 วัน ได้แก่
- สปาย ภาสกร (The Golden Song)แสดงระหว่างวันที่ 19–21 มิถุนายน
- คณะหมอลำ นำโดยแหม่ม ปานามา หนึ่ง รุ่งทิวา อำนวยศิลป์ และ เอ๋ บรรจง แสดงระหว่างวันที่ 20–21 มิถุนายน
การแสดงพิเศษในวันที่ 21 มิถุนายน จากวง ไม้เมือง ถ่ายทอดบทเพลงที่ได้รับความนิยม อาทิ อย่าปล่อยมือ กำลังใจ และ โกดำ
งานในปีนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและพันธมิตรสำคัญ ได้แก่
- เบียร์สิงห์
- การบินไทย(สนับสนุนบัตรโดยสารไป–กลับ แฟรงก์เฟิร์ต–กรุงเทพฯ 2 ใบ)
- Condor(สนับสนุนบัตรโดยสารไป–กลับ แฟรงก์เฟิร์ต–กรุงเทพฯ/ภูเก็ต 2 ใบ)
- บางกอกแอร์เวย์ส(สนับสนุนเส้นทาง กรุงเทพฯ–สมุย และ กรุงเทพฯ–สุโขทัย รวม 4 ใบ)
- โรงแรมHotel Weiler เมือง Oberwesel (รางวัลที่พัก 1 คืน พร้อม dinner voucher)
- บริษัท Ticket World Wichit(สนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินบางส่วนสำหรับศิลปิน สปาย ภาสกร)
ตลอดการจัดงาน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักประเมินผู้เข้าร่วมงานกว่า 58,000 คน โดยเฉพาะ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งพื้นที่ Roßmarkt มีผู้เข้าร่วมงานหนาแน่นตลอดทั้งวัน แม้จะอยู่ภายใต้ สภาพอากาศร้อนจัด แต่ผู้เข้าร่วมงานยังคงร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องด้วยความสนุกสนานและอบอุ่น
ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยเฉพาะชุมชนไทยในเยอรมนีและประเทศใกล้เคียง แสดงความพึงพอใจต่อการจัดงาน โดยเห็นว่าเป็นเทศกาลที่มีความงดงาม สมเกียรติ และสะท้อนอัตลักษณ์ไทย ได้อย่างครบถ้วน ทั้งยังสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และเสมือนได้สัมผัสบรรยากาศบ้านเกิดอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมงานได้แสดงความประสงค์ให้มีการจัดงานในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องทุกปี เนื่องจากเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนเสน่ห์ของประเทศไทยในมิติ Creative Life and Creative Heartbeat อย่างครบถ้วน ทั้งศิลปวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ ความเอื้ออาทร และวิถีชีวิต ที่งดงามของคนไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ขอขอบคุณหน่วยงานทีมประเทศไทยแฟรงก์เฟิร์ต ภาคเอกชน ผู้สนับสนุน ผู้ประกอบการ ศิลปิน คณะนักแสดง อาสาสมัคร และประชาชนทุกภาคส่วน ที่มีส่วนร่วมทำให้งานเทศกาลไทย ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประจำปี 2569 ภายใต้ธีม “สยามยลยิ่ง (Siam in Anmut 2026)” ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับทุกท่านอีกครั้งในปีต่อไป เพื่อร่วมกันสืบสานมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อย่างต่อเนื่อง
รายงานข่าวโดย นางสาวกิ่งเพชร บุญยงค์ ประธานชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในต่างแดน จากเมืองคีล ประเทศเยอรมนี , พิธีกรทีวีจากช่อง Kiel TV Germany (ช่องโทรทัศน์ของรัฐ) ,ผู้สื่อข่าวรายการ “สนามเป้าบันเทิง เปลวเพลิงแห่งวงการ” และผู้สื่อข่าวของรายการ “เม้าส์ข่าวชาวลูกทุ่ง ” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ททบ.5 เอชดี ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์โดย เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่ ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนาสู่สากล และทายาทเจ้านายฝ่ายเหนือ








